บ.ลิขสิทธิ์เพลง "แตก" เหลือชัวร์-นพพร-อาร์เอ็มเอส-กรุงไทยแยกตั้ง RKT

ที่มา คม-ชัด-ลึก (บันเทิง) / 16 มกราคม 2549

ภายหลังจากที่ "คม ชัด ลึก" เคยเสนอข่าวความขัดแย้งภายในของบริษัท "ลิขสิทธิ์เพลง จำกัด" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 5 ค่ายเพลงลูกทุ่งประกอบด้วย บริษัท ท็อปไลน์ จำกัด บริษัท ชัวร์ ออดิโอ จำกัด บริษัท กรุงไทย ออดิโอ จำกัด บริษัท นพพรซิลเวอร์โกลด์ จำกัด และบริษัทอาร์เอ็มเอสฯ ซึ่งอาจมีการแยกตัวกันนั้น

ล่าสุดเมื่อปลายปี 2548 ที่ผ่านมานั้น "บริษัท ลิขสิทธิ์เพลง จำกัด" ได้มีการแตกออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มของ บริษัท นพพรซิลเวอร์โกลด์ จำกัด บริษัท ท็อปไลน์ จำกัด และ บริษัท ชัวร์ ออดิโอ จำกัด ซึ่งกลุ่มนี้ยังคงใช้ชื่อบริษัทลิขสิทธิ์เพลงจำกัดเหมือนเดิม ส่วนอีกกลุ่มที่แยกออกมานั้น คือบริษัท กรุงไทย ออดิโอ จำกัด กับบริษัทอาร์เอ็มเอสสตูดิโอแอนด์มัลติมีเดีย จำกัด ซึ่งแยกออกไปตั้งบริษัทจัดเก็บแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ อาร์เคทีพับลิชชิ่ง จำกัด

พนม นพพร ผู้บริหารจากบริษัทนพพรซิลเวอร์โกลด์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งของบริษัทลิขสิทธิ์เพลง จำกัด เปิดเผยถึงสาเหตุการแตกกันครั้งนี้ว่า มาจากการบริหารภายในที่มีความเข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้ต้องแยกทางกัน

"มันต้องแยกตัวกันชัดเจน เดิมบริษัทลิขสิทธิ์เพลงมี 4 บริษัทที่รวมตัวกัน พอทางอาร์เอ็มเอสเข้ามา ก็เอาคนของเขาเข้ามาเป็นทำงานทั้งหมด เราทำธุรกิจมา 2 ปีแล้วมีการประชุมทุก 15 วัน มีหลายประเด็นแต่เมื่อถึงเวลากลับไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุม แถมรายงานการประชุมก็ไม่มีบันทึก พอถามถึงก็หาว่าผมตีรวน"

ผู้บริหารจากบริษัทนพพรซิลเวอร์โกลด์ กล่าวต่อว่า ได้มีการตรวจสอบพบว่า ร้านค้าบางร้านมีสติกเกอร์ปลอมเยอะมาก ซึ่งไม่ทราบว่ามาจากใคร

"ผมไปดูตามร้านค้าพบว่ามีการปลอมสติกเกอร์ของเราเยอะมาก ถามใครก็ไม่มีใครตอบได้ว่ามาจากไหนทั้งที่เป็นของเราเอง พอผมหาทางแก้ไข้โดยการเปลี่ยนผู้ดูแลสติกเกอร์มาให้ทางชัวร์ออดิโอดูแล แต่ก็ไม่มีใครทำตาม มีการโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าบัญชีของบริษัทก็มีทำไมไม่โอนเข้าไป นอกจากนั้นยังมีการบีบกินเปอร์เซ็นต์จากลูกค้าและไม่เข้าโครงการ การทำงานต้องทำให้ถูกต้องสิ"

พนม นพพร กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานเป็นการผูกขาดมากเกินไป ซึ่งไม่ดี เมื่อทำงานกันแล้วไม่สบายใจก็ต้องแยกย้ายกันไป ซึ่งคงไม่กระทบกับภาพรวมบริษัท

"มันคุยกันแล้วไม่เข้าใจก็ต้องแยกกันไป ตอนนี้บริษัทลิขสิทธิ์เพลง จำกัด มีแค่ 3 บริษัทคือ นพพรซิลเวอร์โกลด์ ชัวร์ ออดิโอ และท็อปไลน์เท่านั้น ส่วนอาร์เอ็มเอสกับกรุงไทยเข้าถอดหุ้นออกไปแล้ว ซึ่งคงไม่กระทบกับภาพรวมของบริษัทครับ"

ด้าน จำรักษ์ เอื้ออารีนุสรณ์ ผู้บริหารจากอาร์เอ็มเอสฯ กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่า พยายามประนีประนอมให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันแต่เมื่อมันไม่ได้จริงๆ ก็ต้องแตก

"ผมบอกให้ทุกคนคุยกันอย่างมีเหตุผลแล้วตรงไหนที่มันคิดว่าไม่ชอบมาพากลก็ให้ตรวจสอบ ถ้าพบไม่ว่าเป็นคนของใครก็จัดการตามกฎหมาย เพราะที่ทางนพพรฯกล่าวอ้างนั้น มันถึงขั้นติดคุกนะครับ ถ้ามีจริงๆ ซึ่งผมก็รออยู่ให้เขาดำเนินการ"

จำรักษ์กล่าวต่ออีกว่า ยอมรับว่ามีการปลอมสติกเกอร์จริง ซึ่งก็ดำเนินการอยู่ มันซับซ้อนมากแต่ยืนยันทุกอย่างตรวจสอบได้

"มีร้านค้าบางร้านที่หัวใสปลอมสติกเกอร์ของเรา โดยใช้โพลีแกรม (ดวงตราแบบสามมิติที่พิมพ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์) ดวงเดิม ซึ่งเขามีขั้นตอนที่ซับซ้อนเมื่อเราพบก็ได้ดำเนินคดีอยู่เหมือนกัน ของปลอมที่เราไปเจอมีโพลีแกรมติดด้วยซึ่งเป็นดวงเก่า เพราะโพลีแกรมนั้นไม่สามารถปลอมได้"

สำหรับบริษัทจัดเก็บที่ก่อตั้งขึ้นของกลุ่มอาร์เอ็มเอสกับกรุงไทย ออดิโอนั้นใช้ชื่อว่าอาร์เคที พับลิชชิ่ง จำกัด โดยมีบริษัทกว่าสิบแห่งที่เข้ามารวมด้วย อาทิ ซีทีพี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงหมอลำ เอ็มพีดี ซึ่งเป็นเพลงใต้ สหกวงเฮง กับเอสเอ็น ของนักจัดรายการ สีนวล นพดล ส่วนใหญ่เป็นเพลงเหนือ ตะลุงโปรโมชั่น อโซน่า เฮีย บูรพาเทป และครูเพลงอีกกว่า 400 คน

จากการสังเกตพบว่า ตัวย่อของบริษัทดังกล่าว ตัวอาร์หมายถึงอาร์เอ็มเอส ตัวเคหมายถึงค่ายกรุงไทย ส่วนตัวทีนั้นยังเป็นปริศนา แต่มีข้อสันนิษฐานว่า เป็นบริษัทท็อปไลน์